นามิเบีย ดินแดนแห่งสัตว์ป่า ธรรมชาติและต้นไม้กลับหัว

คิดถึงการเดินทางที่สุดเลย เรียกว่าตอนนี้มี Bucket List เรียงคิวอยู่แน่นแบบไม่มีกั๊ก ยิ่งค้นเจอชื่อ นามิเบีย (Namibia) ประเทศที่อยู่ห่างไกลจากประเทศไทยราว 16 ชั่วโมงการเดินทาง อันมีที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาแล้ว ก็ยิ่งอยากเก็บกระเป๋าไปสัมผัสประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติ ชมภาพผืนทรายจดมหาสมุทรให้เห็นกับตาตั้งแต่ตอนนี้

แต่ระหว่างรอเวลาที่จะได้ออกเดินทางกันอีกครั้ง Sarakadee Lite มีภาพมาฝากกันว่า นามิเบีย ประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยเกือบสองเท่านี้มีอะไรรอให้เราไปสำรวจกันบ้าง

Namib ทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งคำว่า Namib มาจากภาษา Khoekhoegowab ของชาวพื้นเมือง หมายความถึง Vast Place หรือดินแดนอันกว้างใหญ่ ซึ่งก็สมชื่อด้วยการกินพื้นที่ราว 80,000 ตารางกิโลเมตร ทอดยาวเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และมองเห็นเนินทรายสีแดงอยู่ไกล ๆ

นอกจากความเก่าแก่ของทะเลทราย หนึ่งเอกลักษณ์ที่ไม่อยากให้หายไปเลยคือ ความหลากหลายของสายพันธุ์สัตว์ป่าแอฟริกา เช่น ม้าลายเบอร์เชลล์ (Burchell’s Zebra) ที่จะแพร่พันธุ์เฉพาะในทวีปแอฟริกาตอนใต้ ความแตกต่างจากม้าลายสายพันธุ์อื่นๆ คือ สีผิวหนัง ลักษณะแผงคอ ขนาดของตัวและลวดลายที่โดยทั่วไปจะมีลายคาดขนาดกว้างในแนวดิ่ง

เจมส์บอก (Gemsbok) หรือ South African Oryx สัตว์แอนทิโลปขนาดใหญ่ ที่มีความแตกต่างไปจากตระกูลละมั่งมากที่สุด มีเขาที่เรียวยาว เอกลักษณ์คือลวดลายดำสลับขาวบนใบหน้าและแถบสีดำขนาดใหญ่บนขาส่วนบน กินพืชเป็นอาหาร ซึ่งจะพบได้ในทวีปแอฟริกาตอนใต้เท่านั้น

ภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลทรายนามิบทำให้สัตว์ที่อาศัยอยู่มีวิวัฒนาการจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามไปด้วย เช่น งู Peringuey’s Adder ที่มีเกล็ดบริเวณลำตัวคล้ายเม็ดทราย ทำให้พลางตัวโดยการฝังตัวเองอยู่ในทรายเพื่อรอจัดการเหยื่อได้อย่างแนบเนียน

Deadvlei หรือบึงแห่งความตาย ในอดีตต้น Camel Thorn พืชตระกูล Acacia ในภาพก็เคยเขียวชอุ่มมาก่อน แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปและสายน้ำจากแม่น้ำ Tsauchab ถูกกีดขวางด้วยเนินทรายที่ค่อย ๆ ก่อตัวสูงขึ้นทำให้แม่น้ำที่เคยหล่อเลี้ยงเหือดแห้งเหลือทิ้งไว้แต่แอ่งโคลนสีขาว และต้น Camel Thorn ที่ยืนต้นตายอยู่ท่ามกลางเนินทราย

กิ้งก่าคาเมเลียน (Namaqua Chameleon) พบได้ในทะเลทรายทางตะวันตกของ นามิเบีย เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนสีให้อ่อนลงเพื่อพลางตัวให้แนบเนียนจากศัตรู และอีกสาเหตุหนึ่งคือเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกาย โดยสีโทนเข้มจะช่วยดูดซับแสงแดดได้ดีกว่า

ที่เห็นอยู่นี้คือต้นควิเวอร์ (Quiver tree) ซึ่งถือเป็นต้นไม้ประจำประเทศ นามิเบีย ควิเวอร์เป็นพืชวงศ์ว่านหางจระเข้ขนาดยักษ์ที่จะออกดอกสีเหลืองเป็นช่อรีอยู่ตรงปลายยอด จะแพร่กระจายเฉพาะพื้นที่ในประเทศนามิเบียและแอฟริกาใต้เท่านั้น ควิเวอร์มีฉายาว่าต้นไม้กลับหัวเพราะส่วนบนของต้นมีลักษณะคล้ายกับราก

บริเวณที่ทะเลทรายจดขอบมหาสมุทรแอตแลนติกนี้เรียกว่า Long Wall ซึ่งแนวนี้เมื่อราว 500 ล้านปีก่อนเป็นแนวชายฝั่งที่เคยติดกับแนวชายฝั่งของอเมริกาใต้ ก่อนที่การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกจะทำให้เกิดการแยกออกจากกัน

African Penquin จะพบเห็นได้มากบริเวณเกาะฮาลิแฟกซ์ (Halifax) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กใกล้กับเมืองลูเดริตซ์ (Luderitz) ทางตอนใต้ของ นามิเบีย

Greater Flamingo บริเวณริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก จะชอบอยู่กันเป็นฝูงใหญ่และหาอาหารด้วยการใช้เท้าตะกุยทรายให้คลุ้งและใช้ปากกรองสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น ไรน้ำ ลูกกุ้ง แพลงตอนที่ปะปนมากับทรายกินเป็นอาหาร

บริเวณเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกส่วนนี้เรียกว่า Skeleton Coast จากการมีชุมนุมแมวน้ำเคปเฟอร์ซีล (Cape Fur Seal) มาเกยหาด ล่าเหยื่อหรือหากินบริเวณน้ำตื้นหลักแสนตัว ซึ่งนับเป็นโคโลนีแมวน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งในแอฟริกาตอนใต้

แมวน้ำเคปเฟอร์ซีลจะขึ้นฝั่งบริเวณชายหาดที่เป็นโขดหินที่มีการขึ้น-ลงของน้ำทะเล พบได้มากในเขตแอฟริกาใต้และออสเตรเลีย

ใกล้กับเมืองท่าลูเดริตซ์ (Luderitz) เมื่อก่อนได้มีการสร้างเหมืองเพชรโคลแมนสคอป (Kolmanskop) ขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ในช่วงที่ นามิเบีย ถูกเยอรมนียึดครองเป็นประเทศอาณานิคม และยังได้มีการสร้างระบบขนส่งทางรถไฟขึ้นเพื่อความสะดวกในการลำเลียงทรัพยากรของที่นี่ไปสู่ประเทศของตนเอง

ในสมัยนั้นเหมืองเพชรโคลแมนสคอปมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนได้รับการพัฒนากลายเป็นเมืองที่มีทั้งโรงแรม โรงไฟฟ้า โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล รวมไปถึงการมีเครื่องเอกซเรย์เครื่องแรกในแถบแอฟริกาตอนใต้

แต่เมื่อเยอรมนีพ่ายแพ้สงคราม แอฟริกาใต้ก็เข้าปกครอง นามิเบีย และเมื่อพบเหมืองเพชรที่ดีกว่า ผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองโคลแมนสคอปก็เริ่มอพยพออกไปจนกลายเป็นเมืองร้างในปี ค.ศ.1956 และเริ่มจมลงไปในผืนทรายอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ทางตอนเหนือของประเทศ นามิเบีย มีชาวฮิมบาอาศัยอยู่ราว 3-5 หมื่นคน พวกเขามีผิวกายและเส้นผมเป็นสีแดงอิฐ ที่เกิดจากการพอกด้วยแร่สีแดงเฮมาไทด์ (Hematite) ผสมไขมันสัตว์และสมุนไพรหอมที่เรียกว่า อ็อตจีซ (Otjize) ซึ่งสาเหตุหนึ่งของการพอกตัวนี้ก็เพื่อป้องกันตัวเองจากสภาพอากาศและแสงแดด ชาวฮิมบาโดยเฉพาะผู้หญิงไม่อาบน้ำตั้งแต่เกิด แต่จะเผาสมุนไพรให้เกิดควันเพื่ออบตัว นำมาอังใต้คางและวงแขนแทนการอาบน้ำ

หญิงชาวฮิมบาจะถักวิกผมขนแกะและสวมมงกุฎหนังแกะที่เรียกว่า Erembe นุ่งกระโปรงหนังสัตว์ เปลือยอก ส่วนชายฮิมบาจะนุ่งผ้าหรือหนังสัตว์ ชาวฮิมบาจะเลาะฟันล่างออก 4 ซี่เพื่อให้พูดภาษาของพวกเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ชาวฮิมบาดำรงชีวิตด้วยการเลี้ยงวัวกับแพะขาย และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยเสริม

ชุมชนของคนฮิมบาเป็นกระท่อมบ้านดินหลังเล็ก ๆ เรียงกันโดยมีบ้านของหัวหน้าเผ่าอยู่ตรงกลาง บริเวณหน้ากระท่อมของหัวหน้าชนเผ่าจะมีกองไฟศักดิ์สิทธิ์เป็นที่รวมจิตวิญญาณของครอบครัวที่จะจุดไฟไว้ตลอด ห้ามดับ ซึ่งคนนอกเผ่าห้ามเดินตัดผ่านระหว่างกองไฟกับกระท่อมของหัวหน้าเผ่าเป็นอันขาด

Etosha ชื่อนี้แปลว่าแผ่นดินสีขาวอันกว้างใหญ่ สมชื่อด้วยพื้นที่ราว 5,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อหลายล้านปีก่อนบริเวณนี้เคยเป็นทะเลสาบ ก่อนที่การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกจะทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางทิ้งไว้แต่ดินสีขาว ซึ่งบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยน้ำในช่วงฤดูฝน

ในพื้นที่ของ Etosha มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่จนจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติในที่สุด ในภาพคือวิลเดอบีสต์ (Wildebeest) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตระกูลแอนทิโลปที่กำลังเกลือกโคลนเพื่อกันแดดและความร้อน

นก Kori Bustard ถือเป็นนกประจำถิ่นในทวีปแอฟริกา เป็นนกบินได้ที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก แต่จะไม่ค่อยบิน อาศัยการจิกกินสัตว์เล็ก ๆ บนดินมากกว่า

อิมพาลาหน้าดำ (Black-faced Impala) เป็นอิมพาลาชนิดย่อยที่จะพบได้เฉพาะทางตอนใต้ของประเทศแองโกลาและตอนเหนือของประเทศนามิเบียเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมียคือตัวผู้จะมีเขายาว ส่วนตัวเมียจะไม่มีเขา

ฝูงยีราฟ สัตว์ที่ถือว่าโดดเด่นในทวีปแอฟริกาด้วยตัวที่สูงและคอยาว กำลังเดินไปที่แหล่งน้ำ

ช้างป่าแอฟริกาที่มีอยู่มากบริเวณ Ethosha Pan ความแตกต่างจากช้างเอเชียคือใบหูที่ใหญ่และผิวหนังที่หยาบย่นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อเทียบกันช้างแอฟริกาจะกินน้อยกว่าช้างเอเชีย ซึ่งอาหารก็จะเป็นจำพวกใบไม้ เปลือกไม้หรือผลไม้

RELATED POST

นกนางนวลชกหน้าเด็กสาวขณะนั่งรถในสวนสนุก NJ

วัยรุ่นขี่เครื่องเล่นสุดหวาดเสียวที่สวนสนุกในนิวเจอร์ซีย์กลายเป็นกระแสไวรัลเมื่อนกนางนวลบินเข้าหาใบหน้าของเธอขณะนั่งรถ กล้องของสวนสาธารณะไม่เพียงแต่จับช่วงเวลาที่มันเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เพื่อนของเธอขาดความตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้น Kiley กำลังฉลองวันเกิดเพื่อนจอร์เจียของเธอที่ Morey's Piers ใน Wildwood รัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมFox 29รายงาน เด็กสาววัยรุ่นสองคนตัดสินใจขี่รถที่รู้จักกันในชื่อ Springshot ซึ่งส่งผู้ขับขี่ 75 ไมล์ต่อชั่วโมงขึ้นไปในอากาศ จระเข้ PET ที่หลบหนีได้ช็อกคน…

มาเดรา เกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลกของโปรตุเกส

หมู่เกาะมาเดรา ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นดินแดนปกครองของโปรตุเกส แต่มีความเป็นผสมผสาน โดยในแง่ของภูมิศาสตร์ที่อยู่ใกล้ทวีปแอฟริกา โดยอยู่ห่างจากโมร็อกโกไปทางตะวันตก ประมาณ 350 ไมล์ หมู่เกาะมาเดรา คือ เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่หลัก 2 เกาะ ได้แก่ มาเดรา และปอร์โตซานโต ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเกาะปลายทางที่ดีที่สุดในโลกมาบ่อยครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2015…

Ruyi Bridge สะพานแขวนข้ามหน้าผาที่มีรูปทรงแปลกตาที่สุดในโลก!

ภายในเขต Shenxianju Scenic Area ประเทศจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากนั้น ในตอนนี้ได้มีแลนด์มาร์คตแห่งใหม่เกิดขึ้นมานั่นก็คือสะพานแขวนข้ามหน้าผา Ruyi Bridge ซึ่งสะพานแขวนแห่งนี้มีความยาวถึง 100 เมตร และมีความสูง 140 เมตร เพิ่งจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนกันยายน ปี 2020 ที่ผ่านมา ความพิเศษของสะพานแห่งนี้คือการออกแบบดีไซน์รูปทรงได้อย่าแงปลกตาไม่เหมือนที่ไหนๆ…