ซีรี่ย์อินเดีย House Arrest พล็อตเรื่องแปลกใหม่น่าดู

ซีรี่ย์อินเดีย House Arrest ล็อกบ้านขังตัว หนังอินเดียของ Netflix เรื่องราวของหนุ่มฮิคิโคโมริ ซินโดรม หรือโรคขังตัวเองอยู่ในห้อง มาเป็นเวลายาวนาน ก่อนที่เพื่อนซี้จะส่งนักข่าวสาวสวยมาทำข่าวเขาเรื่องนี้ กลายเป็นว่าทั้งคู่ได้มารู้จักกันปิ๊งกัน แต่เรื่องมันไม่ง่ายเมื่อในห้องเขามีศพซ่อนอยู่…

รีวิว House Arrest หนังรักกุ๊กกิ๊กของหนุ่ม “ฮิคิโคโมริ อินเดีย” ที่ซ่อนศพไว้ในบ้าน เป็นเรื่องที่ปกติธรรมดาไปแล้วที่หนังใน Netflix จะเป็นเหมือนงานทดลองทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มตัวอย่างนั้นที่ Netflix อินเดียลองสร้างไอเดียหนังรักเล็กๆ ในพื้นที่จำกัดกับการใช้เวลาในเรื่องเพียง 1 วัน ให้พระเอกนางเอกปิ๊งกันให้ได้ โดยเอาเรื่องราวของคนที่ป่วยเป็นโรค “ฮิคิโคโมริ” ขังตัวเองในห้องมาใช้เป็นเมนหลัก ซึ่งเป็นพล็อตที่เรียกว่าท้าทายแปลกๆ มาก เหมือนกันกับการทำหนังรักในที่จำกัดให้คนดูคล้อยตามความรักของทั้งคู่ให้ได้

ซีรี่ย์อินเดีย House Arrest ซีรี่ย์ Netflix

ด้วยไอเดียเริ่มต้นพิลึกแบบนั้น ตัวหนังเองก็ต้องพิลึกตามไปด้วย หนังจึงใส่เรื่องราวคุณหนูมาเฟีย เพื่อนร่วมอพาร์ทเมนท์ ที่นำศพใส่ตู้เย็นสีชมพูหวานแหววมาฝากเขาไว้ โดยอ้างว่าไม่มีที่เก็บศพขอฝากไว้ก่อน ไม่งั้นจะฆ่าปิดปากตามไปด้วย ก่อนที่เพื่อนซี้จะแนะนำนักข่าวสาวให้ไปทำข่าวเขามาลงสื่อ ซึ่งเรื่องคนที่เป็น ฮิคิโคโมริในอินเดียหาได้ยากมาก ก่อนจะมาประทับใจกับตัวตนของหนุ่มฮิคิโคโมริอินเดียคนนี้ ที่มีชีวิตพิสดารไม่เหมือนใครจริงๆ แต่หารู้ไม่ว่าผู้ชายคนนี้กำลังซ่อนศพทุกวิถีทางไม่ให้เธอเจอ ในระหว่างทำการสัมภาษณ์ไปพร้อมกัน

หนังนำเสนอสองเรื่องชวนป่วนมาบรรจบกัน ซึ่งดูพล็อตมันก็ฮาได้แน่ๆ แต่อาจจะด้วยความที่หนังทำมาหลุดโลกแบบอินเดีย ที่คนไทยอาจจะไม่ได้คุ้นเคยนัก ประกอบกับหนังช่วงเริ่มแรกเสียเวลาปูนานอยู่ ทุกมุกที่หนังตบชงมาก็เลยได้แค่ขำนิดๆ แป๊กเยอะกว่า เอาว่าหนัง 90 นาทีดูไปสัก 40 นาทีนี่อาจจะเลิกดูปิดเลยก็ได้ แต่ว่าพอหนังเลยจุดที่วนเวียนเดิมๆ ในช่วงการสัมภาษณ์เริ่มแรกของนางเอก หนังเหมือนได้ไฟกระตุ้นให้ทำอะไรใหม่ๆ คือเริ่มมีอะไรเข้ามาให้น่าสนใจ อย่างความลับของนางเอกกับเพื่อนซี้จอมป่วน หรือการที่ตัวหนังเริ่มเผยสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมพระเอกถึงต้องขังตัวเองอยู่ในบ้านแบบนี้ ซึ่งพอช่วงหลังหนังเริ่มได้เผยอะไรมากขึ้น รวมกับเรื่องราวเริ่มป่วนมากขึ้นๆ มุกตลกเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ก็เป็นอะไรที่ดูเพลินๆ มีลุ้นกุ๊กกิ๊ก แถมด้วยความขำที่มากกว่าตอนแรกมาก รวมถึงนางเอกในเรื่องที่สวยน่ารักแอบเซ็กซี่เล็กๆ ตลอดเรื่อง ก็เป็นตัวช่วยดึงความสนใจให้ดูจนจบได้จริงๆ

ตัวละครสบทบในเรื่องช่วยสร้างสีสันรอยยิ้มและความฮาได้โอเคเลย ไล่ตั้งแต่ยามประจำบ้านพระเอกที่ต้องขอเซ็นต์ชื่อกับทุกคนก่อนเข้าไป เป็นมุกทำซ้ำที่ฮาแบบกวนๆ หน้าตายขำๆ ได้โอเคเลย รวมถึงคุณหนูมาเฟียที่เอาแต่ใจสุดๆ ขัดไรเธอไม่ได้ก็ฮาใช้ได้ รวมถึงบอดี้การ์ดประจำตัวเธอที่นิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่ได้ซีนพูดตอนจบที่ดี หรือแม้แต่ศพจากตอนแรกไม่ฮาเท่าไหร่ ก่อนที่หนังจะเฉลยความป่วนของศพเพิ่มในตอนหลังที่มีช็อตขำๆ เพี้ยนๆ ได้โอเคเลย ยกเว้นเพื่อนพระเอกที่ดูไม่เหมือนอินเดียแท้ๆ สักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่ได้ให้บทตลกที่เข้ากับเขามากนัก แต่ก็เป็นตัวละครสำคัญหนึ่งที่ทำให้เรื่องราวช่วงหลังมีปมใหม่ๆ เพิ่มในเรื่องที่เล่นอยู่แต่ในห้องเดียวแบบนี้

หนังขึ้นต้นด้วยศพในบ้านและก็จบลงด้วยศพในบ้าน พร้อมกับเรื่องราวอาการฮิคิโคโมริ ซินโดรม ที่เกิดจากจิตใจของพระเอกไม่ยอมก้าวข้ามพ้นอดีต หนังใช้ศพในห้องมาเป็นตัวคลี่คลายปมเหล่านี้ได้อย่างลงตัว คือเริ่มต้นอาจจะงงๆ อืดๆ กับหนังเรื่องนี้ แต่ตอนจบรับรองว่ามีอมยิ้มไปกับความน่ารักของไอเดียบ้าบอนี้แน่นอนไม่มากก็น้อย

RELATED POST

3 สิ่งที่ยืนยันและบ่งบอกว่า Bitcoin ยังมีอนาคตไกล

Bitcoin เป็นอีกหนึ่งสกุลเงินดิจิตอล แห่งความหวังและเป็นจุดเริ่มต้น โครงการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพได้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทและรูปแบบของความหลากหลายที่เหมาะสม อีกหนึ่งบทบาทของส่วนผสม และองค์ประกอบโดยรวมที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นการลงทุนในสกุลเงินแบบนี้ จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมและดูเหมือนว่า ยังคงมีอนาคตที่สดใสอยู่อย่างแน่นอน สำหรับวันนี้เราจะมาดู 3 ข้อเน้นๆ ที่ยังคงยืนยันและยังคงบ่งบอกได้ว่า สกุลเงินบิทคอยน์ นั้นยังคงมีอนาคตไกลอยู่ แถมยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดในตัวเลือก และทางเลือกที่ค่อนข้างมีความชัดเจน อีกหนึ่งตัวเลือกและทางเลือก ที่ค่อนข้างมีความสำคัญไม่น้อย…

หนังใหม่ The Last Mercenary กับการพลิกบทบาทของราชาสายบู๊มาในแนวตลก ที่ไม่คาดคิด

หนังใหม่ The Last Mercenary ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ สายแอ็คชั่นตลกได้อดีตนักแสดงคิวบู๊ระดับเทพอย่าง ฌอง-โคลด แวน แดมม์ มาร่วมแสดงด้วย และที่สำคัญคือการพลิกบทบาทมาเล่นในแนวตลกในวัย 60 ของเขาถือได้ว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว และแฟนหนังก็คงรู้สึกดีและเอาใจช่วยในการกลับมาครั้งนี้ของเขา สามารถรับชมหนังเรื่องนี้ผ่านทาง netflix ได้ที่เป็นแนวตลกร้ายหน้าตายตามสูตรดาราแอ็คชั่นแบบปกติ ที่เคยผ่านหน้าผ่านตามมาก่อนแล้ว สำหรับหนังเรื่องนี้นั้นได้ ฌอง-โคลด…

The Unthinkable – อุบัติการณ์ลับถล่มโลก

ว่าด้วยเรื่องของนักเปียโนหนุ่มรายหนึ่งซึ่งต้องเอาตัวรอดจากการโจมตีปริศนาที่เกิดขึ้นไปพร้อมๆ กับคนรักในอดีตของเขา ซึ่งถ้าอ่านจากโปสเตอร์ เรื่องย่อและดูตัวอย่างมันน่าจะตื่นเต้น ต้องมีเหตุการณ์วินาศสันตะโร ภัยพิบัติหรืออะไรถล่มโลกสักอย่าง แต่แท้จริงแล้วมันไม่เป็นเช่นนั้นเลย มันถล่มโลกยังไง!!! ทั้งเรื่องมันเกิดแค่ที่ประเทศสวีเดนเท่านั้น!!! คือเข้าไปพร้อมความคาดหวังเต็มเปี่ยม จากเรื่องย่อและตัวอย่าง จริงๆ ความระทึกใจ อุบัติการณ์หรือเรื่องระทึกๆ มันอยู้ในตัวอย่างแทบจะทั้งหมดแล้วจริงๆ คือนอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเลย หนังดำเนินตั้งแต่พระเอกยังเป็นวัยรุ่นได้อย่างโคตรน่าเบื่อ อะไรหลายๆ อย่างมันสามารถเล่าให้กระชับกว่านี้ได้ ตัดมาตอนโตเลยก็ได้…

Leave No Trace ปรารถนาไร้ตัวตน

มันเป็นเรื่องราวของพ่อกับลูก วิล (Ben Foster) และทอม (Thomasin Harcourt McKenzie) วิลเป็นทหารผ่านศึกผู้ที่มีความหลังฝังใจอะไรบางอย่าง เขาจึงเลือกจะมีชีวิตอยู่ในป่า ตอนนี้เขาลักลอบใช้ชีวิตอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอันเป็นที่ต้องห้าม ชีวิตที่ดูเหมือนจะพยายามแปลกแยกออกมาจากสังคม แต่หลายครั้งก็ต้องยอมเข้าเมืองเพิ่มซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ ชีวิตประจำของพวกเขานอกจากหุงหาและกินอาหารแล้วก็คือการซ้อมหนีด้วยการพรางตัวให้แนบเนียนที่สุด แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ถูกค้นพบจนได้ สองพ่อลูกถูกจับแยกเพื่อทำการสอบสวนและทำแบบทดสอบบางอย่าง ก่อนถูกพายังสถานที่แห่งหนึ่ง บ้านแห่งใหม่ สถานที่แห่งใหม่ที่ทำให้ทอมได้เรียนรู้บางสิ่งที่ไม่เคยได้เรียนรู้ มันเป็นหนังที่ถ่ายสภาพภายในป่าเอาไว้สวยมาก…